Categories

    ฮังการี !!!!!!!!!

    posted on 11 Sep 2011 11:36 by kbguide
    ประเทศฮังการี หรือ สาธารณรัฐฮังการี (Republic of Hungary)
    มีเมืองหลวงคือ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest)

    ประเทศฮังการีตั้งอยู่บริเวณที่ราบคาร์เปเทียนในยุโรปตอนกลาง
    และไม่มีทางออกทะเล

    พรมแดนของประเทศ

     ทิศเหนือจรด            สโลวัก และยูเครน
    ทิศใต้จรด                เซอร์เบีย-มอนเตนิโกร และโครเอเทีย
    ทิศตะวันตกจรด        ออสเตรีย และสโลวีเนีย
    ทิศตะวันออกจรด      โรมาเนีย


    สัญลักษณ์ของประเทศฮังการี

               

    ธงชาติ                                         ตราประจำราชวงศ์

    .

    อาหารท้องถิ่นน

      

    Gulasch

    เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงในประเทศฮังการี และเป็นอาหารที่คนเยอรมันชอบกินกันมาก
    ลักษณะคล้ายกับซุปข้นหรือสตู ทำมาจากเนี้อหมู ไก่งวง หรือเนื้อ 

    Toltottkaposzta

    กะหล่ำปลีห่อข้าวรสเปรี้ยว อีกด้วย

    Langose

     เป็นขนมพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของฮังการีแป้งเหนียวๆ
    ป้ายด้วยเนยกระเทียม ราดซอสมะเขือเทศ
    แล้วโรยหน้าด้วยมอสเรลล่าชีส กลิ่นหอมรสชาติดี

    Stuffed Pancake 

    ที่เลื่องลือมานานนับร้อยๆ ปีแล้ว

    .

    สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

    .

     

    .CASTLE HILL

    ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่านกลางเมืองบูดาเปสท์

    .\

    มหาวิหารแมททิอัส (MATTHIAS CHURCH)

    โบสถ์เก่าแก่ที่ได้รับผลกระทบจากกการ ปกครองในแต่ละยุคแต่ละสมัย
    อาทิ ถูกดัดแปลงให้เป็นมัสยิดเมื่อครั้งถูกยึดครองด้วยชาวเติร์ก
    ซึ่งมีหลังคาสลับสีอันสวยงามของ สถาปัตยกรรมแบบนีโอ

    .

    Fishermen's Bastin หรือ ป้อมชาวประมง

     เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองที่สวยที่สุด
    และที่แห่งนี้ยังเป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างไว้เพื่อรำลึกถึง
    ความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมือง
    ในคราวที่ถูกพวกมองโกลเข้ามารุกราน เมื่อปี 1241 - 1242

    .

    สะพานเชน (CHAIN BRIDGE )

    เป็นสะพานที่สวยงามและเป็นสัญลักษณ์ของบูดาเปสท์
    ซึ่งอยู่ไกล้กับอาคารรัฐสภาที่มีการก่อสร้างอย่างสวยงาม

    .

    เขา "GELLERT HILL"

    ชมอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพแห่งฮังการี อีกทั้งยังได้ชมวิวพาโนรามิกอันงดงามของเมืองอีกด้วย

    .

    แม่น้ำดานูบ (danube river)

    เป็นแม่น้ำสายเลือดของฮังการีไหลผ่านเมืองบูดาเปส 

    .

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก

     
    ขอขอบคุณรูปภาพจาก
     
     
     
     

    คำถามทบทวน 555555+

    posted on 18 Aug 2011 19:40 by kbguide
     1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

          การใช้สื่อมากกว่า 1 สื่อร่วมกันนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยมีจุดมุ่งหมายให้
    ผู้รับสื่อสามารถรับรู้ข่าวสารได้มากกว่า 1 ช่องทาง โดยผ่านการควบคุมการใช้
    และโต้ตอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือเครือข่าย
    โดยเป็นสื่อตัวกลางในการนำเสนอข้อมูลผ่านหลากหลายวิธี 
     
     2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

          เว็บไซต์เป็นสื่อที่มีความทันสมัยและมีประโยชน์ สามารถนำเสนอข้อมูลได้
    หลากหลายประเภททั้งตัวอักษร รูปภาพ ภาพเคลื่ยนไหว ต่างจากเอกสารสิ่งพิมพ์
    ที่แสดงได้แค่ ตัวอักษร และรูปภาพ รวมถึงเว็บไซต์สามารถเชื่อมโยงไปยังหน้าต่าง ๆ ได้ 
    ง่ายต่อการสืบค้น มากกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์ รวมถึงเว็บไซต์สามารถแก้ไข
    เปลื่ยนแปลงปรับปรุงได้ง่ายกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์

     
     3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

           PowerPoint เป็นโปรแกรมในการนำเสนอข้อมูลในลักษณะ Multimedia ที่สามารถนำเสนอใน
    รูปแบบของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่ยนไหว แผนภูมิ กราฟ และเสียงต่าง ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน
     
     4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

            การเชื่อมโยงภายในคือ เชื่อมโยงภายในตัวเอกสาร อาจจะเปลื่ยนไปยังต่างสไลด์นำเสนอ
    การเชื่อมโยงภายนอกคือ เชื่อมโยงออกจากตัวเอกสาร ไปยังสื่ออื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ เป็นต้น
     
     5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

    จอโทรทัศน์ การฉายผ่านโปรเจคเตอร์ ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแทปเล็ต เป็นต้น

     6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

            เว็บไซต์ เพราะสามารถนำเสนอได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่นตัวอักษร ภาพนิ่ง
    ภาพเคลื่อนไหว สามารถสร้างสรรค์ให้ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี
    สามารถปรับแต่งแก้ไขได้ง่าย สะดวกสบายต่อการเข้าถึง และสืบค้น
     
     7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

    1. กดคลิกที่แทบเมนูเลือก File > New
    2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน)
     3. คลิกแทบ Presentations
    4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ 
    5. คลิกปุ่ม ok  
    6. ใส่งานที่ต้องการนำเสนอ เช่นข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลรูปภาพ วีดีโอต่าง ๆ เป็นต้น
     
     8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหว Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

     1. กดคลิกแทบเมนูเลือก Slide Show > Custom Animation
     2. จะปรากฏ Task Pane – Custom Animation ขึ้นมาด้านขวาของ PowerPoint
     3. คลิกเลือกส่วนที่จะกำหนด Animation เช่น กล่องข้อความ หรือ รูปภาพ
     4. คลิก Add Effect
     5. เมื่อเลือก Effect ที่ต้องการแล้ว สามารถกำหนดรูปแบบการแสดงได้
     
     9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือ
    หรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

      1. Microsoft Movie Maker
     2. Microsoft PowerPoint
    3.
    Notepad
     
     10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint
    จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

    สามารถนำเสนองานในรูปแบบอื่นได้ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่ยนไหว
    เสียง หรือ เชื่อมโยงไปยังสื่ออื่น ๆ ได้
     
     11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย
    Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

    ไม่จำเป็น เพราะ Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอผ่านทางจอภาพต่าง ๆ ได้
     
     12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์
    และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

    สามารถแทรกได้ โดยมีขั้นตอนคือ
      1.กดคลิกที่แทบเมนูเลือก Insert 
    - หากต้องการแทรกรูปภาพ ต้องเลือก รูปภาพจากแฟ้ม
    - หากต้องการแทรกภาพยนตร์หรือเสียง ต้องกดเลือก ภาพยนตร์และเสียง
    จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องกดจึงกด Insert
     
     13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูล
    ด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

    การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟนั้นสามารถทำให้ผู้ฟังการนำเสนอเข้าใจ
    ข้อมูลบางอย่างที่เห็นภาพได้มากกว่าการ
    นำเสนอผ่านตัวหนังสือ เช่น ข้อมูลเชิงปริมาณ การเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น
     
    14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20
    คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

    ซอฟต์แวร์ ก็คือการใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint
    ฮาร์ดแวร์ ก็จะเป็นตัวช่วยในการนำเสนอข้อมูลใหม่ๆ จำพวก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียง
    ผ่านอุปกรณ์ เช่น ลำโพง โปรเจคเตอร์/จอฉาย
     
    15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ
    ตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง

    แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
    คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์สมาร์ทโฟน

    C Sharp programming language !!!

    posted on 10 Jul 2011 19:43 by kbguide
     

    ภาษาซีชาร์ป (C# Programming Language)
    เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ ทำงานบนดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก พัฒนาโดย
    บริษัทไมโครซอฟท์และมี Anders Hejlsberg เป็นหัวหน้าโครงการ
    โดยมีรากฐานมาจากภาษาซีพลัสพลัสและภาษาอื่นๆ (โดยเฉพาะภาษาเดลไฟและจาวา)
    โดยปัจจุบันภาษาซีซาร์ป เป็นภาษามาตรฐานรองรับโดย ECMA และ ISO

    ตัวอย่าง

    ตัวอย่างต่อไปนี้ คือตัวอย่างโปรแกรม Hello world ใน C#:

    Hello world (เฮลโลเวิลด์) เป็นคำที่ใช้ในภาษาโปรแกรมที่ แสดงผลออกมาคำว่า
    "Hello world" หรือ "Hello, world!" (ตามหลักภาษาอังกฤษ) นิยมใช้ในการเรียนการ
    สอนซึ่งนักเรียนจะได้เขียนโปรแกรม hello world เป็นโปรแกรมแรก
     
    public class ExampleClass
     {
         public static void Main ()
         {
             System.Console.WriteLine ("Hello, world!") ;
         }
     }

    ผลของการทำงานคือการเขียนคำว่า Hello, world! บนเครื่อง (Console) ที่ใช้งาน.
     

    ในแต่ละบรรทัดมีความหมายดังนี้:

    public class ExampleClass
     
    บรรทัดนี้คือการประกาศ Class, public หมายถึงวัตถุที่สร้างในโครงการ (Project)
    อื่นๆ สามารถเข้าใช้งาน Class นี้ได้ ไม่จำกัด. ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ผ่านใต้หน่วยของบรรทัดนี้
    จะใช้ในการทำงานของ Class นี้

    public static void Main ()
    บรรทัดนี้เป็นจุดที่ใช้ในการเริ่มการทำงานของโปรแกรม เมื่อโปรแกรมทำงาน
    โดยสามารถเรียกใช้จากโปรแกรมอื่นได้โดยการใช้ไวยากรณ์ ExampleClass.Main () .
    (public static void เป็นส่วนที่ใช้ในการทำงาน ซึ่งต้องเรียนรู้ในการเขียนขั้นสูง)


    System.Console.WriteLine ("Hello, world!") ;
    ในบรรทัดนี้ เป็นการทำงาน เพื่อแสดงผลออกมา Console คือโปรแกรมระบบ,

    ซึ่งก็คือ โปรแกรมระบบแบบสั่งคำสั่งที่ละบรรทัด (เช่น DOS)
    ที่สามารถรับข้อมูลและแสดงผลเป็นข้อความได้. จากที่เราเขียนโปรแกรมจะทำการเรียก Console
    โดยใช้คำสั่ง WriteLine, ซึ่งทำให้สามารถส่งค่าข้อความออกมาแสดงผลทางโปรแกรมระบบได้

    มาตรฐาน

    ไมโครซอฟท์ส่งมาตรฐานภาษาซีชาร์ปให้กับ ECMA และได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐาน ECMA
    ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2001 ในชื่อว่า ECMA-334 C# Language Specification ใน ค.ศ. 2003
    ภาษาซีชาร์ปได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐาน ISO (ISO/IEC 23270).

    - รูปแบบการนำเสนอ (the representation of C# programs)
    - ไวยากรณ์ (the syntax and constraints of the C# language)
    - กฎการตีความสำหรับแปลโปรแกรมภาษาซีชาร์ป (the semantic rules for interpreting C# programs)
    - ข้อห้าม และข้อจำกัด ของเครื่องมือที่สร้างตามข้อกำหนดของซีชาร์ป
     (the restrictions and limits imposed -by a conforming implementation of C#)
     
    ISO/IEC 23270:2003 ไม่ได้ระบุ:
    - กลไกในการแปลงโปรแกรมภาษาซีชาร์ป เพื่อใช้ในระบบประมวลผลข้อมูล (the mechanism by which C# programs are transformed for use by a data-processing system)
    - กลไกในการเรียกให้โปรแกรมภาษาซีชาร์ปทำงาน เพื่อใช้ในระบบประมวลผลข้อมูล (the mechanism by which C# applications are invoked for use by a data-processing system)
    - กลไกในการแปลงข้อมูลเข้า เพื่อใช้กับโปรแกรมภาษาซีชาร์ป (the mechanism by which input data are transformed for use by a C# application)
    - กลไกในการแปลงข้อมูลออก หลังจากถูกประมวลผลโดยโปรแกรมภาษาซีชาร์ป (the mechanism by which output data are transformed after being produced by a C# application)
    the size or complexity of a program and its data that will exceed the capacity of any specific data-processing system or the capacity of a particular processor;
    all minimal requirements of a data-processing system that is capable of supporting a conforming implementation.
    นอกจากนี้ตัวมาตรฐานไม่ได้กล่าวถึงโครงสร้างข้อมูล และตัวไลบรารีกลางของ .NET Framework ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาซีชาร์ปเลย
     
    ขอขอบคุณ http://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาซีชาร์ป
                  http://pirun.ku.ac.th/~b4913291/03_03_03.htm


    วันแม่แห่งชาติ

    posted on 06 Jul 2011 19:42 by kbguide

    ประราชประวัติ

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอกพระวรวงศ์เธอ
    กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร
    พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานนามว่า “สิริกิต์ิ”
    ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่ง กิติยากร”

    ๑. หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร
    ๒. หม่อมราชวงศ์ กัลยาณกิติย์ กิติยากร
    ๓. หม่อมราชวงศ์ อดุลกิต์ กิติยากร
    ๔. หม่อมราชวงศ์ สิริกิต์ิ กิติยากร
    ๕. หม่อมราชวงศ์ บุษบา กิติยากร

    ทรง พระราชสมภพ เมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕
    ที่บ้านพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพันธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์)
    ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ 1808 ถนน พระราหก ตำบลวังใหม่
    อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะนั้น เป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์
    ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอกหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร

    หลัง จากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕
    หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับราชการ
    ในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา
    ส่วนหม่อมหลวงบัว ยังคงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
    แล้วจึงเดินทางไปสมทบมอบหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของ
    เจ้าพระยาวงศานุประพันธ์
    และท้าววนิดา พิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว

    หม่อม ราชวงศ์สิริกิติ์ ต้องอยู่ห่างไกลพระบิดามารดาตั้งแต่อายุพียงน้อยนิด
    บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดกับพระบรมวงศานุวงศ์ตามเหตุการณ์ผันผวน
    ทางการเมือง เช่น ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ ม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร
    พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จ
    พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปสงขลาด้วย

    ปลาย ปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมจ้านักขัตรมงคล ทรงลาออกจากราชการ
    กลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์บุตรคนโตและ
    หม่อมราชวงศ์บุษบาบุตรีคนเล็กผู้ เกิดที่สหรัฐอเมริกาแล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์
    บุตรคนรอง
    กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จากหม่อมเจ้าอัปษรสมาน
    กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนักซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม
    ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    หม่อม ราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาดในพุทธศักราช ๒๔๗๙
    แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศ
    บ่อย ๆ
    ทำให้การเดินทางไม่สะดวกและปลอดภัย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
    จึงต้องย้ายไปโรงเรียนที่
    โรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์
    และในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง

    หม่อม ราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย
    พระบิดาผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตร และบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน
    ความกล้าหาญ และความเสียสละ โดยอาศัยเหตุการณ์ในสงครามเป็นตัวอย่าง
    และสงครามก็ทำให้ผู้คนต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยากสิ่งเหล่า
    นี้หล่อหลอมให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีความเมตตาต่อผู้อื่น
    และรักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย

    หลัง จากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือ นายควง อภัยวงศ์
    ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นรัฐทูตวิสามัญและอัครราชทูตผู้มี
    อำนาจเต็มประจำสำนักเซ็นต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคล
    จึงทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปด้วยในกลางปีพุทธศักราช ๒๔๘๙
    ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓
    ของโรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์แล้ว

    ระหว่าง ที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ตั้งใจเรียนเปียโน
    ภาษาอังกฤษ
    และภาษาฝรั่งเศสกับครูพิเศษ แต่อยู่อังกฤษได้ไม่นานหม่อมเจ้านักขัตรมงคล

    ก็ทรงย้ายไปประเทศเดนมาร์กและประเทศฝรั่งเศสตามลำดับ
    ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
    ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้น เ
    พื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

    พุทธศักราช ๒๔๙๑ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส
    ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไป
    ทอดพระเนตร
    โรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยต่อพระยุคลบาท
    และต้องพระราชอัธยาศัย
    ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์
    ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์
    ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล
    จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้
    หม่อมหลวงบัวพาบุตรีทั้งสง
    คือหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา
    เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยม
    อาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลง
    เสด็จกลับพระตำหนักได้
    สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อ

    ที่เมือง โลซานน์ในโรงเรียนประจำ Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง
    ในการสอนวิชาพิเศษ
    แก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์

    ต่อ มาอีก ๑ ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าฯ
    แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคล
    และประกอบพระราชพิธีหมั้นอย่างเงียบ ๆ ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒
    ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนี เป็นพระธำมรงค์หมั้น
    แล้วคงให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไป จนเสด็จนิวัตพระนคร จึงโปรดเกล้าฯ
    ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จ
    พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓

    วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม
    สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำ
    พระพุทธมนต์และเทพมนต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
    ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และในวันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนา
    หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็น สมเด็จพระราชินี

    วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
    และทรงสถาปนาเฉลิมพระยศสมเด็จพระราชินีเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี”

    วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์
    เพราะแพทย์ผู้รักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพัก
    รักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช ๒๔๙๔ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
    มีพระประสูติกาล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัตประเทศ
    ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต หลังจากนั้น

    สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ซึ่งต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเป็น
    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งต่อมาทรงได้รับการสถาปนา
    เป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
    เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
    รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา ๔ พระองค์

     


    พระราชกรณียกิจ

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่
    ของบุคคลผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้

    โครงการที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ
    โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง
    เป็นรูปมูลนิธิ พระราชทานนามว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์"
    เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น
    มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
    อันเป็นการส่งเสริมอาชีพและขณะเดียวกันยังอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้าน
    ที่มีความงดงามหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น

    นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการด้านสาธารณสุข
    โดยได้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย และหากเสด็จฯเยือนต่างประเทศ
    ก็มักจะทรงถือโอกาสเสด็จฯทอดพระเนตรกิจการกาชาดของประเทศนั้น ๆ
    เพื่อทรงนำมาปรับปรุงกิจการสภากาชาดไทยอยู่เสมอ

    เรียงความเกี่ยวกับแม่

     

     


     


           แม่ เป็นคำสั้น ๆ ที่มีความหมายยิ่งนัก ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้จนหมดจนสิ้น
    เป็นบุคคลที่มีความสำคัญกับทุกคนมาก ทุกคนในโลกนี้ย่อมมีแม่ ไม่มีใครไม่มี
    แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ซึ้งความหมายของคนที่เรียกว่า แม่
           คนที่คอยดูแลเราตั้งแต่ก่อนเราเกิด คอยดูแล อุ้มชูถนุถนอมเรา ถึง 9 เดือน
    ถึงแม้ลำบาก แม่ก็ยอมทำเพื่อเรา ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างสะดวก ทานอาหารไม่ได้ดั่งใจ
    ก็เพื่อให้ลูกในท้องของแม่นั้นได้มีร่างกายอุดมณ์สมบูรณ์ เมื่อเราเกิดมาแม่ก็ได้เฝ้าเลี้ยงดูไม่ห่างหาย
    สั่งสอนให้รู้สิ่งดี ชั่ว เพื่อจะได้เติบโตเป็นคนที่ดี ยามป่วยแม่ก็ดูแล ให้เราหายป่วยและมีความสุข
    ยอมเหน็ดเหนื่อยทำงานเพื่อให้ลูกมีเงินใช่ ได้ของที่ลูกต้องการ นี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง
    ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้หมด ภายในเวลาอันสั้นน
          ดังนั้น ในตอนนี้เราก็ควร แบ่งเบาภาระของท่าน ตั้งใจเรียนเพือให้ท่านมีความสุข
    เมื่อยามท่านแก่ชรา ก็เลี้ยงดูท่าน ให้สิ่งที่ท่านต้องการ ยามเราสามารถหาเงินได้
    ไม่ทำตัวเหลวไหล เป็นคนดี เพียงเท่านี้ แม่ก็คงมีความสุขแล้ว ที่มีลูกดี ๆ
     
    ขอขอบคุณ http://www.sakulthai.com/resumedetail.asp?ID=2
                   http://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์_พระบรมราชินีนาถ